ตำนาน “สะพานรักสารสิน” เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มหญิงสาวที่แตกต่างกัน ด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม

0
8766

“สะพานรักสารสิน” เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต โศกนาฏ ก ร ร ม ของหนุ่มสาว 2 คนที่ตัดสินปัญหาด้วยการใช้ผ้าขาวม้าผูกต่อกันมัดตัวเองกระโดดจากกลางสะพานลงสู่พื้นน้ำในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มหญิงสาวที่แตกต่างกัน ด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม

Loading...

จุดเริ่มต้นความรักของชายหนุ่มขับรถโพท้อง (รถสองแถว) นามว่า โกดำ แซ่ตัน และหญิงสาวชื่อ กิ๋ว กาญจนา แซ่หงอ ชาวตำบลท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต ก็คงไม่ผิดแผกจากความรักธรรมดาทั่วไป ความสิเน่ห์หาเริ่มผลิบานในสองดวงใจอันบริสุทธิ์ เขาสองคนหลงรักซึ่งกันและกัน แต่อุปสรรคที่สังคมในขณะนั้นยัดเยียดให้พวกเขา คือ ความแตกต่าง โกดำเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ส่วนกิ๋วคือนักศึกษาวิทยาลัยครู ผู้พรั่งพร้อมไปด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม
ภาพความสดใสของความรักที่มนุษย์คู่หนึ่งพึงมีสิทธิ์ จึงกลายเป็นภาพความมืดมนสิ้นหวัง ในสายตาคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวของกิ๋ว พ่อได้พิพากษาความรักของลูกสาวตนกับโกดำผู้ด้อยค่าในทันทีที่ทราบเรื่อง พ่อเลี้ยงกิ๋วแบบเผด็จการไม่ให้อิสระทางความคิด และมุ่งหวังให้ลูกสาวตนได้แต่งงานกับคนฐานะดี มีชาติตระกูล ถึงแม้กิ๋วจะโตจนมีอาชีพเป็นครูแล้ว พ่อก็ยังกีดขวางทุกหนทางเพื่อให้ความรักต้องห้ามในสายตาของเขาสิ้นสุดให้จนได้ โกดำเป็นของแสลงในจิตใจพ่อของกิ๋วอย่างไร้เหตุผลที่จะผ่อนปรนลงได้

ทั้งกิ๋วและโกดำ ย่อมรู้ดีถึงอุปสรรคที่ตนเองจะต้องพานพบหากริเริ่มครองรักด้วยสภาพสังคมในขณะนั้น พวกเขาจึงใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อเป็นบทพิสูจน์ให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นถึงความรักที่มีให้แก่กัน แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่เป็นผล เมื่อผู้เป็นพ่อของฝ่ายหญิงไม่ยอมเปิดใจ หลายครั้งที่กิ๋วถูกบิดากักขังและทุบตีเยี่ยงทาส เพราะแอบลักลอบพบกับโกดำ อีกทั้งพ่อยังไม่ละความพยายามในการยัดเยียดลูกสาวให้กับเศรษฐีมีเงิน

ถึงผู้เป็นพ่อจะแข็งกร้าวต่อหัวใจของลูกสาว แต่ความรักและการพยายามฝ่าฟันอุปสรรคของโกดำและกิ๋ว สามารถชนะใจชาวบ้านท่าฉัตรไชยได้จากการไม่เป็นที่ยอมรับในตอนแรก ชาวบ้านทุกคนทราบดีถึงความรักที่มีอุปสรรคครั้งนี้ หลายคนพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อของกิ๋วให้ยอมรับโกดำเป็นลูกเขย แต่ก็ไม่ได้รับการยินยอมไม่ว่าจะด้วยวิถีทางใด มองลึกลงไปถึงความรักของคนทั้งคู่ ที่ก่อเกิดตั้งแต่กิ๋วยังเป็นนักศึกษาจนกระทั่งกลายมาเป็นครู ก็นับเป็นระยะเวลาไม่น้อย หากมิใช่เพราะครอบครัว โดยเฉพาะผู้เป็นบิดาที่ไม่เห็นด้วยอย่างหนักแล้ว เรื่องราวของพวกเขาก็คงกลายเป็นความรักที่ธรรมดาสามัญ ไม่มีความสลักสำคัญให้ต้องจดจำ

หากแต่โชคหรือสวรรค์กันแน่ไม่รู้ที่ไม่เข้าข้าง เมื่อบิดาของผ่ายหญิงนั้นเลี้ยงลูกสาวแบบไม่ให้อิสระ และต้องการให้กิ๋วแต่งงานกับคนมีฐานะ อุปสรรคขัดขวางต่างๆ นานาจึงตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งกีดกันไม่ให้ได้พบหน้า และหนักหนาไปจนถึงขั้นลงไม้ลงมือทุบตี เมื่อกิ๋วขัดใจและไม่โอนอ่อนตามความประสงค์ของผู้เป็นบิดา

ชาวบ้านในย่านท่าฉัตรไชย ต่างทราบดีถึงอุปสรรคความรักของหนุ่มสาวทั้งสอง ด้วยความเป็นห่วง หลายคนได้แนะนำให้โกดำให้เลิกกับครูกิ๋ว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของทั้งคู่ ขณะที่ผู้ใหญ่มีหน้าตาในละแวกหลายคน อาสาเข้าไปพูดคุยกับบิดาของครูกิ๋ว หวังให้ยอมรับโกดำเป็นลูกเขย เพราะเห็นใจในความรักอันมั่นคงของหนุ่มสาว แต่ไม่ว่าคนทั้งคู่จะพยายามพิสูจน์ความตั้งใจ และความรักที่มีให้แก่กันอย่างไร บิดาของฝ่ายหญิงก็ยังไม่ยอมรับ และไม่มีทีท่าว่าจะเปิดใจแม้แต่น้อย สิ้นไร้หนทางและอัดอั้นตันใจจนถึงที่สุด

เมื่อไม่สามารถสมหวังในรักได้ ทั้งสองจึงลอบนัดพบกัน ทั้งสองคนได้เตรียมนำผ้าขาวม้าผูกมัดหัวใจทั้งสองแล้วก้าวย่างขึ้นบนราวสะพาน ตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำเพื่อประสงค์ ป ลิ ด ชี วิ ต และปิดฉากความรักของทั้งคู่ การผูกมัดผ้าเข้าด้วยกันอาจสื่อถึงการที่พวกจะได้อยู่คู่กันไม่ต้องพลัดพรากกันอีกต่อไป แม้เเต่ความ ต ๅ ย ลงสู่พื้นน้ำในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 ทิ้งเรื่องราวความรักอันซาบซึ้ง ให้ผู้คนเบื้องหลังได้เล่าขานสืบต่อกันมา

เวลาต่อมาก็ได้พบร่างไร้วิญญาณของทั้งสอง สร้างความเสียใจสะท้านความรู้สึกของชาวบ้านท่าฉัตรไชยเสมอมา ซึ่งสะพานสารสินยังคงตั้งตระหง่านอย่างเดียวดายเพื่อเป็นสักขีพยานให้แก่สองหัวใจที่ระทม “เหตุผลที่ตำนาน “สะพานรักสารสิน” ยังคงตราตรึงจิตใจผู้คนมาอย่างยาวนาน แม้จะถูกเล่าสู่ในหลากหลายรูปแบบทั้ง นวนิยาย ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็คือคำว่า “รักแท้”

ความรักของโกดำและกิ๋ว ปราศจากคำครหาจากคนรอบข้างเฉกเช่นความรักของหนุ่มสาวทั่วไป แม้ตอนจบจะมีเพียงสะพานสารสินเท่านั้นที่เป็นประจักษ์พยานให้กับความรักของพวกเขา แต่วีรกรรมในครั้งนี้ได้ถูกบันทึกไว้และเป็นบทเรียนที่ทุกคนควรศึกษาถึงความหมายของคำว่ารักที่แท้จริง เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการดำเนิน ชี วิ ต แต่จริงๆแล้ว”สิ่งนี้คือ “ความ สู ญ i สี ย อันเป็นนิรันดร์

นอกจากนี้แล้ว ยังมีเรื่องเล่ากันว่า ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง จะมีกระต่ายสีขาวตาสีแดงคู่หนึ่ง ออกมาอยู่คู่กันที่สะพานแห่งนี้ เชื่อว่าเป็น วิ ญ ญ า ณ ของทั้งคู่


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : phuketbulletin

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here