หมอเมย์ ป่วยเป็นมะเร็วระยะสุดท้าย เปิดใจหลังรู้อาการป่วยของตัวเองล่าสุด

0
22286

นี่เป็นอีกเรื่องราวที่ชาวเน็ตช่วยกันแชร์ และให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อทราบข่าวว่า หมอเมย์ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวอาการป่วยโดยระบุว่า

สัญญาณเตือนของโรคมะเร็ว

ตอนที่หมอท้องลูกคนที่สอง ก็มีอาการอ้วกเป็นเลือด ไหลไม่ยอมหยุด จนถึงขั้นช๊อคเมื่อมีอายุครรภ์ได้ 36สัปดาห์ ทำให้คิดได้ว่ามะเร็งน่าจะอยู่กับตัวหมอมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ตอนนั้นไม่ได้ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจหามะเร็ง เพราะยังมีชีวิตน้อยๆ ของลูกอยู่ร่วมด้วย จึงปล่อยเวลาล่วงเลยต่อมา หมอเมย์จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การจะหยุดเพื่อรักษา H.pylori จึงกลายเป็นเรื่องรองลงมา ในช่วงนั้นร่างกายก็เริ่มส่งสัญญาณบอกถึงความอ่อนล้า และเรี่ยวแรงถดถอย ต้องดื่มกาแฟทุกวันเพื่อให้กลับมามีแรง แต่ก็ํยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นโรคร้ายนี้ เพราะการเป็นแม่ลูกอ่อนก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา หากว่าย้อนกลับไปได้ ก็อยากจะรีบส่องกล้องตั้งแต่ 3เดือนแรกเลยด้วยซ้ำ

วันที่รู้ผลตรวจว่าเป็นมะเร็ง ก็ยังผ่าตัดให้คนไข้อยู่เลย

Loading...

จุดที่ทำให้ตัดสินใจไปตรวจ ก็คือ ไอเยอะมากและติดต่อกันมากกว่า 1สัปดาห์ แต่ไม่มีไข้ ไอมากจนหายใจได้ไม่เต็มที่ จึงได้ไปตรวจ X-ray หน้าอก จึงพบว่ามีจุดเล็กๆ ทีแรกคิดว่าเป็นวัณโรคหรือเปล่า จึงไปทำ CT Scan ปอดซ้ำอีกครั้ง ผลปรากฎว่ามีจุดเล็กๆ เต็มปอดเลย จึงสงสัยว่าจะเป็นวัณโรคหรือมะเร็ง แต่ในใจก็ยังคิดว่าคงเป็นวัณโรคมากกว่า แต่อาจารย์แนะนำให้ตัดต่อมน้ำเหลืองที่คอไปตรวจดูและเจาะเลือดตรวจค่ามะเร็งต่างๆ ไปพร้อมกันเลย อาจารย์โทรมาบอกผล Lab ออกมาไม่ดี อยากให้เข้ามาคุยที่โรงพยาบาลหน่อย หมอเมย์จึงถามอาจารย์กลับไปว่าป่วยเป็นอะไรหรือคะ อาจารย์หมอจึงบอกกลับมาว่าผลตรวจเจอเซลล์มะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง

หลังจกทำการผ่าตัดให้คนไข้เสร็จ หมอเมย์ก็ไปหาสามีและลูก จากนั้นก็ร้องไห้หนักมาก แต่ในใจก็ยังสู้อยู่ คิดไว้ว่าฉันต้องหายสิ ยังมีลูกเล็กๆ ลูกยังน่ารัก จะมาเป็นอะไรไปตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด จากนั้นก็รีบโทรหาคุณพ่อ เมื่อคุณพ่อทราบเรื่อง พ่อซึ่งรักลูกสาวคนนี้เป็นที่สุดก็รีบบินมาหาหมอเมย์ที่ กทม. และพาหมอเมย์บินกลับไปรักษาตัวที่เชียงใหม่ พร้อมด้วยคำพูดที่ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจเป็นที่สุดว่า “กลับบ้านเรา มารักษาตัวกันนะ ลูกจะต้องหายพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งเรา”

ตอนนี้มะเร็งได้ลามไปที่ปอด ต่อมน้ำเหลืองที่คอ และกระดูกสันหลังเล็กน้อย หมอเมย์เข้ารักษาด้วยเคมีบำบัดมา 3ครั้งแล้ว รู้สึกได้ว่าอาการดีขึ้น ร่างกายปรับตัวเข้ากับยาเคมีบำบัดได้ดี แต่เมื่อกำลังจะเข้ารักษาด้วยเคมีบำบัดครั้งที่ 4 หมอเมย์มีอาการถ่ายเป็นเลือดสดอีกครั้ง และไอ เพราะหมอเมย์ติดหวัดจากลูกสาว คือน้องอันย่านั้นเอง ซึ่งติดกันทั้งบ้าน คุณยาย คุณตา น้องแอรอน ป้าๆ พี่เลี้ยง และก็หมอเมย์เองก็ติดเชื้อลงปอด

ตอนนี้กำลังอดทนต่อสู้อย่างมาก เนื่องจากหมอเมย์ยังมีลมหายใจอยุ่บนโลกใบนี้และมีความเสี่ยงกับภาวะโรคแทรกซ้อน

ยิ่งไปกว่านั้น หมอเมย์ยังต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่สามารถพรากชีวิตไปได้ นั้นคือ DIC (Disseminated Intravascular Coagulation) หรือที่เรียกว่าภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย คือ ภาวะที่กลไกการแข็งตัวของเลือดทำงานผิดปกติและเกิดการแพร่กระจายไปทั่ว ซึ่งอาจจะนำไปสู่การเกิดลิ่มเลือดที่จะทำให้เส้นเลือดอุดตันทั้งแบบกึ่งเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง ลดการไหลเวียนของเลือดและอุดกั้นไม่ให้เลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ โดยความรุนแรงของโรคนี้จะแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การห้ามเลือดของร่างกายที่ผิดปกติ ไปจนถึงอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว และอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ทันที

แต่ชีวิตของหมอเมย์ยังคงมีโชคดีอยู่ ที่มีคุณพ่ออันเป็นที่รักเป็นหมอ และมีคุณแม่อันเป็นที่รักเช่นกันเป็นพยาบาล คุณพ่อเรียกรถพยาบาลด้วยความรวดเร็ว ได้เจาะเลือดตรวจและให้น้ำเกลือด้วยความรวดเร็วไม่เช่นนั้นคงช๊อคไปแล้ว และยังมีคนอีกมากที่ไม่ได้มีความรู้ด้านการแพทย์มากนักและบ้านไกล ถ้าเป็นแบบเดียวกับหมอเมย์อาจจะไม่สามารถรักษาได้ทันท่วงที

ตอนนี้หมอเมย์ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU รอคอยให้เลือดกลับมาเป็นปกติดี นอนไปก็ฝันไปว่าเดี๋ยวก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว จะได้ไปแต่งตัวสวยๆ เหมือนเดิม อยากจะกลับไปหัดยืน เดิน และออกกำลังกาย อยากกลับมาดูแลให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ ครั้งที่ตื่นนอน และยังคงเห็นคุณค่าของทุกๆ ลมหายใจเสมอ

ขอบคุณสำหรับทุกๆ การบริจาคโลหิต ที่เป็นการทำบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่สามารถนำเงินใดๆ ไปซื้อหามาได้ซึ่งการรักษาของหมอเมย์ต้องใช้เลือดพลาสมา เกร็ดเลือด และองค์ประกอบต่างๆ ของเลือด มากถึงวันละ 20ยูนิต กันเลยทีเดียว เหมือนกับว่าหมอได้รับการต่อลมหายใจอยู่ในขณะนี้ มันมีความหมายมากสำหรับชีวิตผู้หญิง ตัวเล็กๆ คนนี้มากๆ มากจริงๆ ขอให้บุญกุศลของทุกท่านที่บริจาคโลหิต ขอให้ทุกๆ ท่านได้กลับคืนไปเป็นร้อยเป็นพันเท่าค่ะ

ขอบคุณที่มา เพจ หมอเมย์สู้มะเร็งระยะสุดท้าย

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here